วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

CHAPTER 4 : E-COMMERCE

▪ความหมายของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪กรอบการทำงานและโครงสร้างพื้นฐานของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪การประยุกต์ใช้การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪การสนับสนุนและการจัดการการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪ประเภทของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪ข้อแตกต่างระหว่างการทำธุรกิจทั่วไปกับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
▪ข้อดีและข้อเสียของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (บิอิเล็กทรอนิกส์)
ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์) 
คือกระบวนการดำเนินธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีเครือข่ายที่เรียกว่าองค์การ
เครือข่ายร่วม (Internetworked Network) ไม่ว่าจะเป็นการพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) การติดต่อสื่อสารและการทำงาน
ร่วมกันหรือแม้แต่ระบบธุรกิจภายในองค์กร 

E-บริการ 
❖ e-Commerce
❖อีเมลธุรกิจ
❖ระบบอิเล็กทรอนิกส์



การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์)


▪พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือการดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 
(ECRC ประเทศไทย, 1999)  
!
▪พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือการผลิตการกระจายการตลาดการขาย 
หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (องค์การการค้าโลก
1998)
▪พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือเพื่อทำ
ธุรกิจที่จะบรรลุเป้าหมายขององค์กรพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยี
ประเภทต่าง ๆ เช่นธนาคาร
อิเล็กทรอนิกส์, การค้าอิเล็กทรอนิกส์, อีดีไอหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์, ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, โทรสาร, คะตะล๊อกอิเล็กทรอนิกส์, 
การประชุมทางไกลและรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลระหว่างองค์กร (ESCAP,
1998) 
▪พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือ ธุรกรรมทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิง
พาณิชย์ทั้งในระดับองค์กรและส่วนบุคคลบนพื้นฐานของการประมวลและ
การส่งข้อมูลดิจิทัลที่มีทั้งข้อความเสียงและภาพ (OECD, 1997)

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คือการทำธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมวลและการ
ส่งข้อมูลที่มีข้อความเสียงและภาพประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงการขายสินค้า 
และบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์, การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิทัลในระบบ
ออนไลน์, การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์, การจำหน่วยหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์, การประมูล, 
การออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกัน, การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ, การขายตรง, การให้บริการ
หลังการขายทั้งนี้ใช้กับสินค้า (เช่นสินค้าบริโภค, อุปกรณ์ทางการแพทย์) และบริการ (เช่น 
บริการขายข้อมูล, บริการด้านการเงิน, บริการด้านกฎหมาย) รวมทั้งกิจการทั่วไป (เช่น 
สาธารณสุข, การศึกษา, ศูนย์การค้าเสมือน (Virtual Mall) (สหภาพยุโรป, 1997)

▪สรุป
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) คือการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เช่นการซื้อขายสินค้าและบริการการโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์โทรทัศน์วิทยุหรือแม้แต่อินเทอร์เน็ตเป็นต้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรโดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลงเช่นทำเลที่ตั้งอาคารประกอบการโกดังเก็บสินค้าห้องแสดงสินค้ารวมถึงพนักงานขายพนักงานแนะนำสินค้าพนักงานต้อนรับลูกค้าเป็นต้นจึงลดข้อ จำกัด ของระยะทางและเวลาลงได้


การประยุกต์ใช้ (อีคอมเมิร์ซประยุกต์)
❖การค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (E-ค้าปลีก) 
❖การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (E-ประมูล) 
❖การบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Service) 
❖รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) 
❖ การพาณิชย์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 
 (M-Commerce: มือถือพาณิชย์)

โครงสร้างพื้นฐาน (อีคอมเมิร์ซโครงสร้างพื้นฐาน)
❖ที่จะนำมาใช้เพื่อการพัฒนาระบบ
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 
❖ระบบเครือข่าย (Network) 
❖ช่องทางการติดต่อสื่อสาร (ชาการสื่อสารแนลของ) 
❖การจัดรูปแบบและการเผยแพร่เนื้อหา (รูปพิมพ์เนื้อหาแบบและการตี) 
❖การรักษาความปลอดภัย (Security)

การสนับสนุน (อีคอมเมิร์ซสนับสนุน)
ส่วนของการสนับสนุนจะทำหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุนส่วยของการประยุกต์
ใช้งานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนเสาหลักของบ้านที่ทำ
หน้าที่ค้ำจุนให้หลังคาบ้านอย่างไรก็ตามเสาบ้านก็ต้องอาศัยพื้นบาน ในส่วนของ
โครงสร้างพื้นฐานสำหรับส่วนสนับสนุน
ของอีคอมเมิร์ซมีองค์ประกอบ 5 ส่วนด้วยกันดังต่อไปนี้

การสนับสนุน (อีคอมเมิร์ซสนับสนุน)
1 การพัฒนาระบบงานการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์อีคอมเมิร์ซ 
2 การวางแผนกลยุทธ์กลยุทธ์อีคอมเมิร์ซ 
3 กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กฎหมายอีคอมเมิร์ซ 
4 การจดทะเบียนโดเมนเนม​​ลงทะเบียนชื่อโดเมน 
5 การโปรโมทเว็บไซต์โปรโมชั่นเว็บไซต์



ขนาดของอีคอมเมิร์ซ
อิฐ - and - ปูนองค์การ 
 องค์กรเก่าเศรษฐกิจ (บริษัท ) ที่ดำเนินการส่วนใหญ่ของพวกเขา 
ธุรกิจออฟไลน์การขายสินค้าทางกายภาพโดยใช้วิธีการทางกายภาพตัวแทน 
องค์การเสมือนจริง 
 องค์กรที่ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของพวกเขา แต่เพียงผู้เดียวออนไลน์ 
คลิก - and - ปูนองค์การ 
 องค์กรที่ดำเนินการบางกิจกรรมอีคอมเมิร์ซ แต่ทำของพวกเขา 
ธุรกิจหลักในโลกทางกายภาพ

ประเภทของอีคอมเมิร์ซ

กลุ่มธุรกิจที่ค้ากำไร (กำไรจากองค์การ) 
1. ธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) 
2. ธุรกิจกับลูกค้า (B2C) 
3. ธุรกิจกับธุรกิจกับลูกค้า (B2B2C) 
4. ลูกค้าที่ลูกค้า (C2C) 
5. ลูกค้าที่ทำธุรกิจ (C2B) 
6. มือถือพาณิชย์

กลุ่มธุรกิจที่ไม่ค้ากำไร (Non-Profit Organization) 
1. Intrabusiness (องค์การ) อีคอมเมิร์ซ 
2. ธุรกิจกับพนักงาน (B2E) 
3. รัฐบาลเพื่อประชาชน (G2C) 
4. ความร่วมมือพาณิชย์ (C-Commerce) 
5. การแลกเปลี่ยนการแลกเปลี่ยน (E2E) 
6. E-Learning


แบบจำลองทางธุรกิจหมายถึง 
 วิธีการดำเนินการทางธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ อันจะ
ทำให้ บริษัท อยู่ต่อไปได้นอกจากนี้ยังรวมถึงกิจกรรมที่ช่วย
สร้างมูลค่าเพิ่ม (มูลค่าเพิ่ม) ให้กับสินค้าและบริการ 
 วิธีการที่องค์กรคิดค้นขึ้นมาเพื่อประยุกต์ใช้ทรัพยากร
ขององค์กรอย่างเต็มที่ อันจะก่อให้เกิดผลกำไรสูงสุดและเพิ่ม
มูลค่าของสินค้าและบริการ

ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 
ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ให้บริการแก่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซอื่นตัวอย่าง
ของธุรกิจพื้นฐานในการศึกษา ได้แก่ Consonus (ASP ธุรกิจข้อมูลและศูนย์), Pay Pal (ธุรกิจชำระ
เงินออนไลน์), Verisign (ธุรกิจออกใบรับรองดิจิตัล), BBBOnline (ธุรกิจรับรองประกอบธุรกิจที่การ
ได้มาตรฐาน), Siamguru (บริการเสิร์ชเอนจิ้น), และ FedEx (บริการจัดส่งพัสดุ) ปัจจัยในความ
สำเร็จของธุรกิจในกลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับการขยายตัวของตลาด อีคอมเมิร์ซโดยรวมกล่าวคือหาก
เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขยายตัวและมีผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซมากรายได้ของธุรกิจเหล่านี้ก็จะ
เพิ่มขึ้นดังนั้นหากเรามองว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 
ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ ก็จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตและน่า
จะทำกำไรได้ในระยะยาว

ธุรกิจค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ 
ธุรกิจค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์เป็นรูปแบบของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดเมื่อกล่าวถึงอีคอมเมิร์ซคนธุรกิจ
ทั่วไปจึงมักจะนึกถึงธุรกิจในกลุ่มนี้ (ร้านค้าออนไลน์) ในกรณีศึกษา ได้แก่ 
อเมซอน (หนังสือ) 7dream, (ของชำ) EthioGift (ของขวัญวันเทศกาลของเอธิโอเปีย), 1-800 - ดอกไม้ (ดอกไม้) 
Webvan (ของชำ), โทนี่สโตนภาพ (รูปภาพ) และ Thaigem (อัญมณี) รายได้หลักของธุรกิจค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์มา
จากการจำหน่ายสินค้าใ มักคาดหวังว่าการประกอบการโดยไม่ต้องมีร้านค้า
ทางกายภาพจะช่วยให้ตนมีต้นทุนที่ต่ำ และสามารถขายสินค้าให้แก่ลูกค้าในราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งได้อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา
ต่อมาเราจะพบว่า ปัจจัยในความสำเร็จของโมเดลทางธุรกิจดังกล่าวมักจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการจัดการส่งสินค้าและให้
บริการหลังการขายให้แก่ลูกค้า เราจึงพบว่าธุรกิจค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่มีร้านค้าทางกายภาพมีแนวโน้มที่จะต้องสร้าง 
ร้านค้าหรือคลังสินค้าขึ้นด้วยจนกลายเป็นธุรกิจที่เรียกว่า คลิกและมอร์ตาร์ หรืออาจใช้วิธีการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับ
ร้านค้าปลีกแบบเดิม

ตัวอย่างของธุรกิจที่เรียกว่าคลิกและมอร์ตาร์ได้แก่การที่อเมซอนได้ลงทุนสร้างคลังสินค้า
และพยายามทำความตกลงเป็นพันธมิตรกับวอลมาร์ ใน
ขณะเดียวกัน 7-Eleven หันมาประกอบธุรกิจ
ออนไลน์ด้วยดังตัวอย่างของ 7dream และการทำ
ธุรกิจออนไลน์ร่วมกัน

ธุรกิจที่หารายได้จากโฆษณา 
ในช่วงหลังธุรกิจอีคอมเมิร์ซเนื่องจากการเข้าสู่ตลาดดังกล่าว
ทำได้ง่ายและมีผลกระทบ
ต่อรายได้ของผู้ประกอบการแทบทุกรายนอกจากนี้ การจัดทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดึงดูดให้ผู้ใช้เข้ามาใช้ต้องอาศัยการ
ลงทุนสูง สื่อต่างๆมากปัจจัยในความสำเร็จของธุรกิจใน
กลุ่มนี้จึงได้แก่การสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากธุรกิจในแนวเดียวกัน ในขณะที่สามารถควบคุมต้นทุนได้ตัวอย่างของ
ธุรกิจที่หารายได้จากค่าโฆษณาที่ยังคงสามารถทำกำไรได้ คือ Yahoo! ซึ่งเป็นเว็บท่า (พอร์ทัลไซต์) ที่มีชื่อเสียงมา
นานและมีต้นทุนในการสร้างเนื้อหาน้อย นอกจากนี้ยังมีอีก
ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ GreaterGood ซึ่งเป็นตัวอย่างของธุรกิจที่หารายได้จากการแนะนำลูกค้าให้แก่เว็บไซต์
อื่น ๆ ซึ่งคล้ายกับการหารายได้จากค่าโฆษณา

บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 
ตัวอย่างของบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government) ในกรณีศึกษา ได้แก่ MERX (การให้ข้อมูลการ
ประกวดราคาโครงการรัฐ) ของ, Buyers.Gov (การของรัฐ) จัดซื้อจัดจ้างและ eCitizen (การให้บริการของรัฐแก่
ประชาชน) บริการในกลุ่มนี้มักมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและธุรกิจในการติดต่อกับภาค
รัฐ (eCitizen) เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน (MERX) เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ของภาครัฐ (Buyers.Gov) เป็นต้น ปัจจัยในความสำเร็จของบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์คือการศึกษาความ
ต้องการของประชาชนหรือผู้ใช้บริการนอกจากนี้ 
ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งต่อความสำเร็จของบริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์คือ การกำหนดมาตรฐานของข้อมูล
และโปรแกรมประยุกต์ของบริการต่างๆในกรณีของ eCitizen 
ซึ่งสามารถ (Single Stop Service)

ธุรกิจตลาดประมูลออนไลน์ 
ธุรกิจในกลุ่มนี้มีรูปแบบการหารายได้ทั้งในแบบ B2C ซึ่งหารายได้จากการจำหน่ายสินค้าส่วนเกินของบริษัทโดยไม่
เกิดความขัดแย้งกับช่องทางเดิม นอกจากนี้ตลาดประมูลออนไลน์ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถหาราคาที่เหมาะสมของ
สินค้าแบบ B2C ในกรณีศึกษา ได้แก่ ปัญญาชน (สินค้าอิเล็กทรอนิกส์) 
และ Priceline (สินค้าท่องเที่ยว) เป็นต้น C2C ธุรกิจ
ในกลุ่มนี้จะหารายได้จากค่านายหน้าในการให้บริการตลาดประมูลซึ่งช่วยจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน ตัวอย่าง
ของธุรกิจตลาดประมูลดังกล่าวนี้คืออีเบย์ และมีผลประกอบการที่ได้
กำไรตั้งแต่ปี 1996 B2C
แต่มีต้นทุนต่ำมาประมูลขายซึ่งจำเป็น ส่วนปัจจัยใน
ความสำเร็จของธุรกิจประมูลแบบ C2C คือความสามารถในการสร้างความภักดีของลูกค้าและป้องกันการฉ้อโกง
ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

ธุรกิจตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ 
ตัวอย่างของธุรกิจตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Marketplace) ในกรณีศึกษา ได้แก่ PaperExchange (กระดาษ) 
FoodMarketExchange (อาหาร) DoubleClick (แบนเนอร์ในอินเทอร์เน็ต) Half.com (สินค้าใช้แล้ว) และ 
Translogistica (ขนส่งทางบก) ธุรกิจในกลุ่มนี้จะหารายได้จากค่านายหน้าในการให้บริการตลาดกลางซึ่งช่วยจับคู่
ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกันใ นช่วงแรกธุรกิจตลาดกลางมักดำเนินการโดยผู้บริหารตลาดที่เป็นอิสระจากผู้ซื้อหรือผู้
ขาย (ผู้คล่องอิสระดูแลสภาพ) อย่างไรก็ตามต่อมาพบว่า ผู้บริหารตลาดอิสระมักไม่สามารถชักชวนผู้ซื้อ
หรือผู้ขายให้เข้าร่วมในตลาดจนมีจำนวนที่มากพอได้ ในช่วงหลังเราจึงเริ่มเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือกลุ่มของ
ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่รวมตัวกันในลักษณะของ สมาคมเป็นแกนกลางในการบริหารตลาดกลางเองโดย
ชักชวนให้ซัพพลายเออร์และลูกค้าของตนเข้าร่วมในตลาด ปัจจัยในความสำเร็จของตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์คือ 
ความสามารถในการดึงดูดผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากให้มาเข้าร่วมในตลาดทำให้ตลาดมีสภาพคล่อง (สภาพคล่อง) 
มากพอหรือผู้ขายแล้วแต่กรณ

ธุรกิจที่ใช้อีคอมเมิร์ซในการเพิ่มผลผลิต 
รูปแบบในการใช้อีคอมเมิร์ซในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่มีประสิทธิผลมากที่สุดมัก ได้แก่ การบริหาร
ซัพพลายเชน (การจัดการห่วงโซ่อุปทาน) และการให้บริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer 
การจัดการความสัมพันธ์) Dell 
(คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล), โบอิ้ง (เครื่องบิน), เทสโก้ (ของชำ) WWGrainger (MRO สินค้า) และ 
GMBuyPower (ยานยนต์) ระบบบริหารซัพพลายเชนดังกล่าวมักจะช่วยลดต้นทุนในการติดต่อกับ
ซัพพลายเออร์ลดต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (สินค้าคงคลัง) เนื่องจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ผลิต
และซัพพลายเออร์จะช่วยให้สามารถคาดการยอดขายได้ดีขึ้น ตลอดจนลดเวลาในการส่งมอบสินค้าให้
ลูกค้า

ธุรกิจที่ใช้อีคอมเมิร์ซในการเพิ่มผลผลิต 
รูปแบบในการใช้อีคอมเมิร์ซในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่มีประสิทธิผลมากที่สุดมัก ได้แก่ การบริหาร
ซัพพลายเชน (การจัดการห่วงโซ่อุปทาน) และการให้บริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer 
การจัดการความสัมพันธ์) Dell 
(คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล), โบอิ้ง (เครื่องบิน), เทสโก้ (ของชำ) WWGrainger (MRO สินค้า) และ 
GMBuyPower (ยานยนต์) ระบบบริหารซัพพลายเชนดังกล่าวมักจะช่วยลดต้นทุนในการติดต่อกับ
ซัพพลายเออร์ลดต้นทุนการบริหารคลังสินค้า (สินค้าคงคลัง) เนื่องจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ผลิต
และซัพพลายเออร์จะช่วยให้สามารถคาดการยอดขายได้ดีขึ้น ตลอดจนลดเวลาในการส่งมอบสินค้าให้
ลูกค้า

ข้อดี

1. สามารถเปิดดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

2.สามารถดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก

3. ใช้ต้นทุนในการลงทุนต่ำ

4.ไม่ต้องเสียค่าเดินทางในระหว่างการดำเนินการ

5. ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์ และยังสามารถประชาสัมพันธ์ในครั้งเดียวแต่ไปได้ทั่วโลก

6.สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการอินเทอร์เนตได้ง่าย

7.ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย

8.ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านขายสินค้าจริงๆ

ข้อเสีย

1.ต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยของระบบที่มีประสิทธิภาพ

2.ไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการอินเทอร์เนตได้ 

3.ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องการชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต

4.ขาดกฎหมายรองรับในเรื่องการดำเนินการธุรกิจขายสินค้าแบบออนไลน์

5.การดำเนินการทางด้านภาษียังไม่ชัดเจน


ประเทศไทยอีคอมเมิร์ซภูมิทัศน์ Pawoot Pongvitayapanu 2013 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2013 ในอีคอมเมิร์ซ



มหาวิทยาลัยราชภัฏภาควิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจเชียงใหม่ 
นาย Chayaphat Phumchun

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

CHAPTER 1 : Introduction to E-Business and E- Commerce


   ปัจจุบัน มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อาทิเช่น internet WWW และ การสื่อสารแบบไร้สาย ในองค์กรธุรกิจมานานมากกว่า 15 ปี นับตั้งแต่ มีการพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นครั้งแรก โดย Sir Tim Berners-Lee ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ซึ่งการปรับใช้ เทคโนโลยีเหล่านี้ ได้สร้างโอกาส มากมายส าหรับการสร้างนวัตกรรม ทาง
e-Business

   Organizations have now been applying technologies based on the Internet , World Wide Web and wireless communications to transform their businesses for over 15 years since the creation of the first web site (http://info.cern.ch) by Sir Tim Berners-Lee in 1991. Deploying these technologies has offered many opportunities for innovative e-businesses to be created based on new approaches to business



Timeline of web sites indicating innovation in business model or marketing communications approach E-Business and E-Commerce Management, fourth edition Dave Chaffey



The impact of the electronic communications on traditional businesses

• the growth in popularity of social networks such as Bebo, Facebook and MySpace ,
virtual worlds such as Habbo Hotel and Second Life, and blogs created by many
individuals and businesses

• rich media such as online video and interactive applications into their web sites

• selection of mobile commerce services which exploit the usage of mobile phones
and other portable wireless devices such as laptops around the world. The
potential of mobile commerce is evident from research by Wireless Intelligence
(2008) which found that at the end of 2007, globally there were 3 billion
subscriber connections (representing half the planet’s population) with
penetration rates in developing countries such as India (21%) and China (41%)
showing the potential for future growth

• using location-based tracking of goods and inventory as they are manufacturedand transportedโลกเสมือน (Virtual World) คือ การจ าลองสภาพแวดล้อม ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้หลายคน พร้อมๆ กัน ผ่านเครือข่ายออนไลน์ นั่นหมายความว่า โลกเสมือนจะต้องรองรับ การใช้งานของผู้ใช้ได้ตลอดเวลา (24 ชั่วโมงต่อวัน)Location Based Services (LBS) เป็นบริการอย่างหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไร้สาย ที่ท าให้บุคคลหรือองค์กรใดๆ ระบุต าแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้อุปกรณ์ไร้สายได้อย่าง
แม่นย า ลักษณะบริการที่พบเห็นบ่อยคือค าถาม “ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?” “จะไปที่สถานที่ที่ต้องการได้อย่างไร?” “มีอะไรอยู่แถวนี้บ้าง?” ซึ่งเป็นการค้นหาสถานที่ คน สัตว์ หรือสิ่งของบริการเครือข่ายสังคม (social network service) เป็นรูปแบบของเว็บไซต์ ในการสร้างเครือข่ายสังคม ส าหรับผู้ใช้งานในอินเทอร์เน็ต เขียนและอธิบายความสนใจ และกิจการที่ได้ทำ และเชื่อมโยงกับความสนใจและกิจกรรมของผู้อื่น ในบริการเครือข่ายสังคมมักจะประกอบไปด้วย การแช็ต ส่งข้อความ ส่งอีเมล วิดีโอ เพลง อัปโหลดรูป บล็อก การทำงานคือ คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้ในรูปฐานข้อมูล sql ส่วน video หรือ รูปภาพอาจเก็บเป็น ไฟล์ก็ได้ บริการเครือข่ายสังคมที่เป็นที่นิยมได้แก่ ไฮไฟฟ์ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ออร์กัต มัลติพลาย โดยเว็บเหล่านี้มีผู้ใช้มากมาย เช่น เฟสบุ๊คเป็นเว็บไซต์ที่คนไทยใช้มากที่สุด ในขณะที่ออร์กัตเป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศอินเดีย ปัจจุบัน บริการเครือข่ายสังคม มีผลประโยชน์คือหาเงินจากการโฆษณา การเล่นเกมจากที่ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ท าให้รูปแบบของการด าเนินธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนไปเพราะผลกระทบของการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกิจรายใด ที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กร ที่นำเทคโนโลยีความก้าวหน้าของการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ มาปรับเปลี่ยนกระบวนการ
ขั้นตอนในการด าเนินธุรกิจ องค์กรนั้นย่อมอยู่รอดได้ในในปัจจุบัน




ความแตกต่างระหว่าง e-commerce กับ e-business

 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การด าเนินธุรกิจ โดยใช้สื่ออิเล็กท รอนิกส์ (ECRCThailand,1999)
 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์ และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ (WTO,1998)
 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ขบวนการที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อท าธุรกิจที่จะบรรลุเป้าหมายขององค์กร พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ใช้เทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และครอบคลุมรูปแบบทางการเงินทั้งหลาย เช่น ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์, การค้าอิเล็กทรอนิกส์, อีดีไอหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์, ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, โทรสาร, คะตะล้อกอิเล็กทรอนิกส์, การประชุมทางไกล และรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลระหว่างองค์กร(ESCAP,1998)ความแตกต่างระหว่าง e-commerce กับ e-business

• พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ธุรกรรมทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งใน
ระดับองค์กร และส่วนบุคคล บนพื้นฐานของการประมวล และการส่งข้อมูลดิจิทัล ที่มีทั้ง
ข้อความ เสียง และภาพ (OECD,1997)

• พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การท าธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการประมวล และการส่งข้อมูลที่มีข้อความ เสียง และภาพ ประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการขายสินค้า และบริการด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์, การขนส่งผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อหาข้อมูลแบบดิจิทัลในระบบออนไลน์, การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์, การจ าหน่วยหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์, การประมูล, การออกแบบทางวิศวกรรมร่วมกัน, การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ, การขายตรง, การให้บริการหลังการขาย ทั้งนี้ใช้กับสินค้า (เช่น สินค้าบริโภค, อุปกรณ์ทางการแพทย์) และบริการ (เช่น บริการขายข้อมูล, บริการด้านการเงิน, บริการด้านกฎหมาย)รวมทั้งกิจการทั่วไป (เช่น สาธารณสุข, การศึกษา, ศูนย์การค้าเสมือน (Virtual Mall)(Europeanunion,1997)พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic commerce) คือ การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร โดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่นทำเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะน าสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้า เป็นต้น จึงลดข้อจ ากัดของระยะทาง และเวลาลงได้




สรุปได้ว่า e-commerce คือElectronic business (e-business)All electronically mediated information exchanges, both within an organization
and with external stakeholders supporting the range of business processes.

E-business คืออะไร

e-Business นั้น คือ การด าเนินกิจกรรมทาง “ธุรกิจ”ต่างๆ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์การใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อท าให้กระบวนการทางธุรกิจ มีประสิทธิภาพ และ
ตอบสนองความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าให้ตรงใจ และรวดเร็วและเพื่อลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการค้า และการบริการ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลจะมีค าศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ อาทิBI=Business Intelligence:
การรวบรวมข้อมูลข่าวสารด้านตลาด ข้อมูลลูกค้า และ คู่แข่งขัน EC=E-Commerce:เทคโนโลยีที่ช่วยท าให้เกิดการสั่งซื้อ การขาย การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตCRM=Customer Relationship Management:การบริหารจัดการ การบริการ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ท าให้ลูกค้าพึงพอใจกับทั้งสินค้า บริการ และ บริษัท – ระบบ CRM จะใช้ไอทีช่วยด าเนินงาน และ จัดเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการบริการลูกค้า
SCM=Supply Chain Management:การประสาน ห่วงโซ่ทางธุรกิจ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้จัดส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก จนถึงมือผู้บริโภคERP=Enterprise Resource Planning:กระบวนการของสำนักงานส่วนหลัง และ การผลิต เช่น การรับใบสั่งซื้อการจัดซื้อ การจัดการใบส่งของ การจัดสินค้าคงคลัง แผนและการจัดการการผลิต– ระบบ ERP จะช่วยให้ประบวนการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน

The distinction between buy-side and sell side e-Commerce


Definition of the relationship between e-Commerce and e-Business


The relationship between Intranets, Extranets and The Internet


Intranet A private network within a single company using Internet standards to enable employees to access and share information using web publishing technology. 

Extranet  A service provided through Internet and web technology delivered by
extending an intranet beyond a company ton customers, suppliers andcollaborators.

The Internet 
 The Internet is a global system of interconnected computer networks that use  the standard Internet protocol suite (TCP/IP) to serve several billion users  worldwide. It is a network of networks that consists of millions of private, public, academic, business, and government networks, of local to global scope, that are
linked by a broad array of electronic, wireless, and optical networking  technologies. The Internet carries an extensive range of information resources  and services, such as the inter-linked hypertext documents of the World Wide Web (WWW), the infrastructure to support email, and peer-to-peer networks.



Business Computer Department
Mr. Chayaphat Phumchun Chiangmai Rajabhat University